
ในยุคที่การแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยทวีความเข้มข้นมากขึ้น “Portfolio” หรือพอร์ต เป็นเหมือนบัตรเชิญให้กรรมการได้รู้จักตัวตน ความสามารถ และศักยภาพของเราในเวลาอันจำกัด แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ คะแนน IELTS ที่ไม่เพียงช่วยให้พอร์ตดูแข็งแรงขึ้น แต่ยังเปิดโอกาสมากมายที่คุณคาดไม่ถึง
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า ทำไมคะแนน IELTS ถึงสำคัญ ต่อการยื่นพอร์ต การมีคะแนนนี้ช่วยเพิ่มโอกาสอย่างไร และควรเตรียมตัวยังไงให้พร้อมเพื่อให้ได้คะแนนปังๆ
ทำไมต้องมีคะแนน IELTS ในการยื่นพอร์ต
1. ที่นั่งรอบพอร์ตมีจำกัด ยิ่งต้องมีแต้มต่อให้ตัวเอง
สำหรับการรับสมัคร TCAS70 หรือปีการศึกษา 2570 มีแนวโน้มว่าหลายมหาวิทยาลัยจะเปิดรับนักศึกษาในรอบ Portfolio ด้วยจำนวนที่นั่งที่จำกัดมากขึ้น ทำให้การแข่งขันของผู้สมัครเข้มข้นขึ้นตามไปด้วย การมีคะแนน IELTS ที่ดีจึงเป็นอีกหนึ่งแต้มต่อที่ช่วยให้พอร์ตโดดเด่น โดยเฉพาะโครงการหรือหลักสูตรที่ให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษ เพราะเป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันความสามารถด้านภาษาได้อย่างชัดเจน
ตัวอย่างรายชื่อคณะที่กำหนดคะแนน IELTS ในรอบ Portfolio*:
มหาวิทยาลัย | คณะ | คะแนน IELTS |
|---|---|---|
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย | แพทยศาสตร์ | 7.0 |
เภสัชศาสตร์ | 6.5 | |
จิตวิทยา | 4.0 | |
เชียงใหม่ | แพทยศาสตร์ | 6.5 |
ทันตแพทยศาสตร์ | 6.5 | |
มนุษยศาสตร์ (สาขาภาษาอังกฤษ) | 6.0 | |
มหิดล | แพทยศาสตร์ รามาธิบดี | 6.5 |
แพทยศาสตร์ ศิริราช | 6.5 | |
พยาบาลศาสตร์ | 5.0 | |
เกษตรศาสตร์ | ทันตแพทยศาสตร์ | 6.5 |
สัตวแพทยศาสตร์ | 6.0 |
*ข้อมูลอ้างอิงจากปี พ.ศ. 2567
2. แสดงศักยภาพครบทุกทักษะ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน
ข้อสอบ IELTS ประเมินทักษะภาษาอังกฤษครบทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การฟัง (Listening) การพูด (Speaking) การอ่าน (Reading) และการเขียน (Writing) คะแนนที่ได้จึงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าผู้สมัครมีทักษะพร้อมต่อการเรียนในหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง ยิ่งได้คะแนนสูงก็ยิ่งสร้างความมั่นใจให้มหาวิทยาลัยว่าผู้สมัครสามารถปรับตัวได้อย่างดีในสภาพแวดล้อมการเรียนจริง

3. เปิดโอกาสยื่นหลักสูตรนานาชาติได้อย่างยืดหยุ่น
หากไม่พอใจกับผลรอบพอร์ต คะแนน IELTS ยังสามารถนำไปใช้สมัครหลักสูตรอินเตอร์ได้โดยตรงกับหลายมหาวิทยาลัยพร้อมกัน เพิ่มความยืดหยุ่นและทางเลือกให้กับผู้สมัครโดยไม่จำเป็นต้องรอรอบใหม่ หรือสมัครเพียงแห่งเดียว
ตัวอย่างรายชื่อคณะอินเตอร์ยอดฮิต*:
มหาวิทยาลัย | คณะ | คะแนน IELTS |
|---|---|---|
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย | พาณิชยศาสตร์และการบัญชี (BBA) | 6.5 |
อักษรศาสตร์ (BALAC) | 7.0 | |
นิเทศศาสตร์ (CommArts) | 6.0 | |
ธรรมศาสตร์ | พาณิชยศาสตร์และการบัญชี (BBA) | 6.0 |
เศรษฐศาสตร์ (BE) | 6.5 | |
นิติศาสตร์ (LLB) | 6.0 | |
มหิดล | พาณิชยศาสตร์และการบัญชี (BBA) | 6.5 |
เศรษฐศาสตร์ (BE) | 6.0 | |
วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (ICT) | 6.0 |
*ข้อมูลอ้างอิงจากปี พ.ศ. 2567
4. ช่วยลดภาระการเรียนภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัย
คะแนน IELTS ไม่ได้ใช้แค่ยื่นพอร์ต แต่ยังมีประโยชน์ต่อเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว หากมีคะแนนถึงเกณฑ์ที่กำหนด บางมหาวิทยาลัยอาจให้สิทธิ์ยกเว้นการเรียน Pre-sessional English หรือวิชาปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเรียนภาษาเพิ่มเติม และสามารถเริ่มเรียนวิชาในหลักสูตรที่สนใจได้เร็วขึ้น

แล้วจะเตรียมตัวสอบ IELTS ยังไงให้ได้คะแนนดี?
การเตรียมตัวอย่างเป็นระบบคือกุญแจสำคัญสู่คะแนน IELTS ที่ดี ไม่ว่าจะตั้งเป้าไว้ที่ 6.0, 6.5 หรือ 7.0 ขึ้นไป การวางแผนล่วงหน้าอย่างถูกวิธีจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและเพิ่มโอกาสได้คะแนนตามที่ต้องการ เราขอแนะนำแนวทางแบบ Step-by-Step ดังนี้
1. เริ่มต้นด้วยการประเมินตัวเอง
ก่อนเริ่มอ่านหนังสือหรือสมัครคอร์สติว ควรทำ แบบทดสอบเบื้องต้น (Diagnostic Test) เพื่อดูว่าปัจจุบันตัวเองอยู่ระดับไหน เช่น คะแนนแต่ละทักษะเป็นอย่างไร ฟังได้แค่ไหน อ่านเร็วหรือไม่ และเขียนตรงประเด็นหรือยัง การรู้จุดแข็งและจุดอ่อนจะช่วยให้คุณวางแผนเรียนได้ตรงจุดมากกว่าการฝึกแบบไร้ทิศทาง
2. ฝึกทักษะแยกตามหมวดอย่างต่อเนื่อง
ฟัง (Listening): เริ่มจากฟัง Podcast หรือรายการข่าวภาษาอังกฤษสั้น ๆ ทุกวัน เน้นหัวข้อที่คุณสนใจเพื่อไม่ให้เบื่อ เมื่อคุ้นเคยแล้วค่อยเพิ่มระดับความยาก เช่น ฟัง Lecture ออนไลน์หรือ TED Talks และจดโน้ตสั้นๆ ระหว่างฟังเพื่อฝึกจับประเด็นสำคัญ
พูด (Speaking): ฝึกพูดหน้ากระจกกับตัวเอง พูดกับเพื่อน หรือบันทึกเสียงแล้วฟังย้อนเพื่อสังเกตการออกเสียง สำคัญคือต้องฝึกให้คิดเป็นภาษาอังกฤษโดยไม่แปลจากไทย เพื่อให้พูดได้คล่องและเป็นธรรมชาติ
อ่าน (Reading): เริ่มจากบทความสั้นๆ และค่อยๆ ขยับไปสู่บทความวิชาการ เช่น Academic Journals หรือข่าวเชิงวิเคราะห์ ฝึกจับใจความ ประเด็นหลัก และทักษะ Skimming, Scanning เพื่อตอบคำถามได้เร็วขึ้น
เขียน (Writing): ฝึกเขียน Essay ตามรูปแบบ Task 1 และ Task 2 ของข้อสอบจริง ใช้เวลาจับเวลาให้เหมือนสอบจริง และขอให้ครูหรือเพื่อนช่วยตรวจเพื่อให้ได้คำแนะนำเชิงโครงสร้างและการใช้ภาษา
3. ใช้สื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม
อย่าพึ่งพาเพียงแค่หนังสือเล่มเดียว ควรใช้สื่อหลากหลาย เช่น คอร์สออนไลน์ วิดีโอสอนฟรีบน YouTube หนังสือเตรียมสอบที่เป็นมาตรฐานอย่าง Cambridge IELTS และหากต้องการคำแนะนำเชิงลึก การติวกับผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบันที่มีประสบการณ์จะช่วยให้คุณได้เทคนิคการทำข้อสอบที่แม่นยำและทันสมัย
4. ลองสอบจริงแบบ Mock Test
เมื่อฝึกมาพอสมควร ควรทำ Mock Test เพื่อให้คุ้นกับบรรยากาศและรูปแบบข้อสอบจริง การจับเวลาจะช่วยให้คุณบริหารเวลาได้ดีขึ้น ลดความตื่นเต้นในวันสอบจริง และทำให้รู้ว่าต้องปรับปรุงตรงไหนก่อนลงสนามจริง ปัจจุบัน IDP ยังมี แบบทดสอบจำลองออนไลน์ ให้คุณลองทำฟรี ช่วยเตรียมความพร้อมก่อนเจอข้อสอบจริง

อยากให้พอร์ตดูปัง? มาเตรียมสอบ IELTS กับ IDP วันนี้!
การมีคะแนน IELTS ช่วยให้พอร์ตของคุณดูน่าเชื่อถือขึ้น เพิ่มโอกาสสอบติดมหาลัยในรอบพอร์ต แถมยังใช้ยื่นหลักสูตรอินเตอร์ได้สบายโดยไม่ต้องสอบภาษาเพิ่มให้ยุ่งยาก
สำหรับ Dek70 ที่อยากให้พอร์ตปังตั้งแต่รอบแรก ลองใช้แหล่งเตรียมสอบของ IDP ให้เต็มที่ เพื่อฝึกภาษาอังกฤษอย่างเป็นระบบ และเมื่อมั่นใจในความพร้อมของตัวเองแล้ว ก็ก้าวสู่สนามสอบ IELTS กับ IDP เพื่อเปิดโอกาสสู่มหาลัยในฝันได้อย่างมั่นใจ
