จองสอบ IELTS on Computer รับผลสอบไวใน 2 วัน! - จองเลย

Close

การใช้เครื่องหมายวรรคตอนให้ถูกต้อง อาจเป็นตัวตัดสินว่าคุณจะได้หรือเสียคะแนนในการสอบ IELTS Listening

เมื่อต้องจัดการกับตัวเลขรูปแบบต่างๆ ในข้อสอบ สิ่งสำคัญคือต้องมั่นใจว่าได้ใช้เครื่องหมายวรรคตอน เช่น commas (จุลภาค) hyphens (ยัตติภังค์) และ full stops (มหัพภาค) อย่างถูกต้อง

ในบทความนี้ Rocco Nigro ผู้เชี่ยวชาญด้าน IELTS จะพาไปเจาะลึกข้อผิดพลาดที่ผู้เข้าสอบมักพลาดกันบ่อยๆ พร้อมสรุปหลักการใช้เครื่องหมายวรรคตอนภาษาอังกฤษสำหรับตัวเลขให้เข้าใจง่าย

จองสอบเลย

1. การแยกเลขหลักพันและหลักล้าน

นี่คือตัวอย่างตัวเลขที่คุณอาจได้ยินในข้อสอบ IELTS Listening:

  1. “one thousand” (หนึ่งพัน)

  2. “two hundred and twenty thousand” (สองแสนสองหมื่น)

  3. “four and a half million” (สี่ล้านห้าแสน)

เมื่อต้องเขียนคำตอบโดยใช้ตัวเลขแทนตัวหนังสือ คุณต้องมั่นใจว่าได้ใช้ตามหลักการของภาษาอังกฤษ และต้องระวังเป็นพิเศษเพราะไม่ใช่ทุกภาษาที่จะใช้ระบบเดียวกัน

นี่คือวิธีการเขียนตัวเลขที่ถูกต้อง พร้อมตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:

✓ 1,000

× 1.000

× 1’000

✓ 220,000

× 220.000

× 220’000

✓ 4,500,000

✓ 4.5 million (ในกรณีที่โจทย์อนุญาตให้ตอบแบบ ONE WORD AND A NUMBER หรือคำหนึ่งคำร่วมกับตัวเลขหนึ่งตัว)

× 4.000.000

ในการคั่นหลักพัน ให้ใช้เครื่องหมายคอมมา (,) และห้ามใช้จุดฟูลสต็อป (.) หรือเครื่องหมายอะพอสโทรฟี (') โดยเด็ดขาด

Full stop หรือ period?

ทั้งสองคำนี้คือชื่อเรียกที่แตกต่างกันของเครื่องหมายวรรคตอนชนิดเดียวกัน โดยในภาษาอังกฤษแบบบริติช (British English) จะเรียกว่า full stop ส่วนในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน (American English) จะเรียกว่า period

2. ตัวเลขทศนิยม

ในภาษาอังกฤษ ตัวเลขทศนิยมจะใช้เครื่องหมาย full stop (หรือจุด period) ลองมาดูตัวอย่างรูปแบบต่างๆ ที่คุณอาจได้ยินในข้อสอบ:

a. “four and a half” (สี่ครึ่ง / สี่จุดห้า)

b. “ten point seven five” (สิบจุดเจ็ดห้า)

c. “four and a half million” (สี่ล้านห้าแสน)

นี่คือตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อย พร้อมวิธีเขียนที่ถูกต้องตามหลักสากล:

✓ 4.5

× 4,5

✓ 10.75

× 10 point 75

× 10,75

✓ 4.5 million

× 4,5 million

× 4.5 millions

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้เครื่องหมายจุดฟูลสต็อป (.) ในการแยกทศนิยมแทนการใช้คอมมา (,) นอกจากนี้ ต้องระวังไม่เติม ‘s’ ท้ายคำว่า ‘hundred’, ‘thousand’ หรือ ‘million’ เมื่อมีตัวเลขระบุจำนวนที่แน่นอนอยู่ข้างหน้า

ข้อสังเกต: หากคุณใช้คำเหล่านี้ในความหมายทั่วไปโดยไม่ระบุจำนวนเจาะจง เช่น “There were hundreds of people at that party last night.” (มีผู้คนเป็นร้อยๆ คนในงานปาร์ตี้เมื่อคืนนี้) แบบนี้สามารถเติม s ได้ แต่หากใช้ระบุจำนวนที่เจาะจง เช่น “There were three hundreds guests at the wedding.” จะถือว่าผิด สิ่งที่ถูกต้องคือต้องเขียนว่า “three hundred (ไม่ต้องเติม s)

3. เศษส่วน (Fractions)

บางครั้งในข้อสอบ IELTS Listening ตัวเลขอาจมาในรูปแบบของเศษส่วน สิ่งสำคัญคือต้องเขียนให้ถูกต้องและหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด แต่ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับคำสั่งของคำถามแต่ละข้อด้วย

ตัวอย่างเช่น หากข้อกำหนดของโจทย์ระบุว่า NO MORE THAN ONE WORD (ไม่เกินหนึ่งคำ) วิธีใดต่อไปนี้ที่สามารถใช้เขียนคำตอบสำหรับคำว่า “2 thirds” (สองในสาม) ได้ถูกต้อง?

a. 2/3

b. 2 thirds

c. Two thirds

d. Two-thirds

คำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียวคือข้อ d) เมื่อเขียนเศษส่วนเป็นตัวหนังสือ ต้องใส่เครื่องหมายไฮเฟน (-) เชื่อมคำเสมอ และคำที่มีเครื่องหมายไฮเฟนเชื่อมจะถูกนับเป็น ONE WORD (หนึ่งคำ)

  • ตัวเลือก c) ไม่ถูกต้อง เพราะใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิด และกลายเป็นคำสองคำ (TWO WORDS) ในขณะที่โจทย์ต้องการเพียงคำเดียว

  • ตัวเลือก b) ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการใช้คำร่วมกับตัวเลข (WORD AND A NUMBER) ซึ่งไม่ตรงตามข้อกำหนดของโจทย์

  • ตัวเลือก a) ไม่ถูกต้องเช่นกัน เนื่องจากโจทย์ข้อนี้ไม่อนุญาตให้ใช้ตัวเลข แต่ต้องการเพียงตัวหนังสือเท่านั้น

4. จำนวนลำดับที่ (Ordinal numbers)

จำนวนลำดับที่ คือตัวเลขที่แสดงตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในอนุกรมหรือลำดับ เช่น ลำดับที่หนึ่ง (first), ลำดับที่สอง (second), ลำดับที่สาม (third), ลำดับที่สี่ (fourth) เป็นต้น เรามักจะพบจำนวนลำดับที่ได้บ่อยในการเขียนวันที่ (เช่น วันที่ 21 มกราคม - the 21st of January) หรือการจัดอันดับ (เช่น ขั้นที่ 2 - the 2nd step, ชั้นที่ 5 - the 5th floor, คำถามข้อที่ 9 - the 9th question)

จำนวนลำดับที่จะไม่มีเครื่องหมายวรรคตอนคั่น แต่ถ้าคุณเลือกที่จะเขียนคำตอบเป็นตัวเลขแทนการใช้ตัวหนังสือ ต้องมั่นใจว่าใช้ตัวย่อได้อย่างถูกต้อง

เมื่อเขียนจำนวนลำดับที่ ให้จำหลักการเหล่านี้ไว้:

  • ตัวเลขที่ลงท้ายด้วย ‘1’: ให้ใช้ตัวย่อ ‘st’ ซึ่งย่อมาจาก ‘first’ (เช่น 1st, 21st, 31st) ยกเว้น เลขสิบเอ็ด (11) ที่ต้องใช้ '11th'

  • ตัวเลขที่ลงท้ายด้วย ‘2’: ให้ใช้ตัวย่อ ‘nd’ ซึ่งย่อมาจาก ‘second’ (เช่น 2nd, 22nd, 32nd เป็นต้น) ยกเว้น เลขสิบสอง (12) ที่ต้องใช้ '12th' (twelfth)

  • ตัวเลขที่ลงท้ายด้วย ‘3’: เช่นเดียวกัน เลขสิบสาม (13) จะใช้ '13th' แต่ตัวเลขอื่นๆ ที่ลงท้ายด้วย 3 จะใช้ตัวย่อ ‘rd’ ซึ่งย่อมาจาก ‘third’ (เช่น 3rd, 23rd, 33rd)

  • ตัวเลขอื่นๆ: คุณสามารถเติมส่วนท้าย ‘-th’ ต่อท้ายตัวเลขเพื่อทำให้เป็นจำนวนลำดับที่ได้เลย (เช่น 4th, 5th, 6th เป็นต้น)

ข้อควรระวัง: หากคุณจำเป็นต้องเขียนจำนวนลำดับที่ออกมาเป็นตัวหนังสือ (Words) ต้องระวังเรื่องการสะกดคำให้ดี เพราะบางคำมีการสะกดที่เปลี่ยนไปจากรูปปกติ (สามารถดูตัวอย่างได้จากตารางด้านล่าง)

Ordinal numbers

5. เวลา

คำตอบรูปแบบหนึ่งที่คุณมักจะได้เจอ โดยเฉพาะใน Part 1 ของข้อสอบ IELTS Listening คือเรื่องของ "เวลา" แต่หลักการเขียนที่ถูกต้องคืออะไร?

ข้อแรก คุณสามารถใช้ได้ทั้งเครื่องหมายโคลอน (:) หรือจุดฟูลสต็อป (.) ในการแยกชั่วโมงและนาที ตัวอย่างเช่น ‘seven o’clock’ สามารถเขียนได้เป็น: 7:00 หรือ 7.00

บางครั้ง ผู้พูดในคลิปเสียงจะระบุด้วยว่าเวลานั้นเป็นช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย/เย็น ลองดูตัวอย่างโจทย์ด้านล่างนี้:

คำสั่งโจทย์: เขียนคำตอบไม่เกินสองคำ และ/หรือ ตัวเลขหนึ่งตัว (Write no more than TWO WORDS AND/OR A NUMBER)

Marketing Tasks

  • Meet at ……………(1) before the conference call

  • Make sure presentation is finished by …………… (2) p.m.

บทสนทนาตัวอย่าง:

Speaker A: I think we should touch base before the video meeting – what do you think? (ฉันคิดว่าเราควรติดต่อพูดคุยกันก่อนการประชุมทางวิดีโอนะ คุณคิดว่ายังไง?)

Speaker B: I agree. How about we have a chat at nine thirty in the morning? (เห็นด้วย งั้นเราคุยกันตอนเก้าโมงครึ่งตอนเช้าดีไหม?)

Speaker A: Sounds good to me. But don’t forget the whole presentation needs to be completed at some time during the day. I think they said no later than 5 o’clock this evening. (ฟังดูดี แต่อย่าลืมนะว่างานนำเสนอทั้งหมดต้องเสร็จสิ้นภายในวันนี้ ฉันคิดว่าพวกเขาบอกว่าต้องไม่เกิน 5 โมงเย็นนี้)

Speaker B: Oh, thanks for reminding me! (โอ๊ะ ขอบคุณที่ช่วยเตือนนะ!)

คำอธิบายคำตอบ:

  • สำหรับคำถามข้อที่ 1 คุณจำเป็นต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นเวลาในช่วงเช้า ไม่ใช่ช่วงบ่าย คำตอบที่ถูกต้องจึงสามารถเขียนได้หลายแบบ เช่น: 9.30 a.m. / 9:30am / 9.30 A.M. / 9:30AM

  • อย่างไรก็ตาม สำหรับคำถามข้อที่ 2 คุณห้ามใส่ ‘p.m.’ ลงไปในคำตอบเด็ดขาด เพราะในตัวโจทย์มีคำว่า p.m. ระบุไว้ข้างหลังช่องว่างอยู่แล้ว ดังนั้น คำตอบที่ถูกต้องจึงเป็นแค่: 5:00 หรือ 5.00

6. สกุลเงิน

ในข้อสอบ IELTS Listening สกุลเงินที่มักจะได้ยินบ่อยที่สุดคือ ดอลลาร์ (dollars) หรือ ปอนด์ (pounds) หากตัวโจทย์ไม่ได้ใส่สัญลักษณ์มาให้ คุณจำเป็นต้องระบุสัญลักษณ์นั้นลงในคำตอบด้วย (เช่น ‘$’ สำหรับดอลลาร์ และ ‘£’ สำหรับปอนด์)

สำหรับส่วนที่เป็นทศนิยม ให้ใช้เครื่องหมายจุดฟูลสต็อป (.) และห้ามใช้คอมมา (,) หรืออะพอสโทรฟี (') โดยเด็ดขาด ตัวอย่างเช่น หากคำตอบคือ “four dollars and fifty cents” (สี่ดอลลาร์ห้าสิบเซนต์) วิธีเขียนที่ถูกต้องคือ:

✓ $4.50

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการเขียนต่อไปนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง:

× 4.50$

× $4.5

และหากเป็นคำว่า “four dollars and five cents” (สี่ดอลลาร์ห้าเซนต์) จะต้องเขียนเป็น $4.05 ไม่ใช่ $4.5

เคล็ดลับทั่วไปสำหรับการใช้เครื่องหมายวรรคตอนและตัวเลขใน IELTS Listening

เพื่อให้มั่นใจว่าคุณใช้หลักการเครื่องหมายวรรคตอนที่ถูกต้องเมื่อต้องจัดการกับตัวเลขในข้อสอบ IELTS ให้ลองทำรายการตัวเลขที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น จำนวนเงิน เวลา สัดส่วน เป็นต้น

ยิ่งคุณฝึกฝนการใช้รูปแบบที่ถูกต้องมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะเขียนได้ถูกต้องในการสอบ IELTS Listening มากขึ้นเท่านั้น

การฝึกพาร์ท IELTS Listening: การกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม (Form completion)

วิธีที่ดีในการฝึกฟังตัวเลขและฝึกใช้เครื่องหมายวรรคตอนให้ถูกต้อง คือการทำแบบฝึกหัดประเภทกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มเหมือนตัวอย่างด้านล่างนี้ โดยสามารถเข้าไปดูแบบฝึกหัดนี้พร้อมกับไฟล์เสียงได้ที่หน้าเว็บรวมแนวข้อสอบสำหรับฝึกฝน IELTS Listening ของเรา

IELTS Listening Form Completion sample question

ที่มา: Free IELTS Listening – practice sample questions | IDP IELTS

แหล่งข้อมูลสำหรับการเตรียมตัวของเราได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณรู้สึกพร้อม มั่นใจ และสามารถคว้าคะแนน IELTS Listening ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ